Skip to content

Cap กับ Anubis

Anubis คือเครื่องมือป้องปรามสแครปเปอร์ด้วย proof-of-work ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้โฮสต์ระบบเอง สำหรับสกัดครอว์เลอร์ที่เก็บข้อมูลไปเทรน AI และสแครปเปอร์ที่ก้าวร้าวตั้งแต่ขอบเครือข่าย Anubis กับ Cap ใช้แกน proof-of-work เหมือนกัน แต่มุ่งแก้ปัญหาคนละเรื่อง

สรุปสั้น ๆ

ใช้ Anubis เมื่อคุณอยากกั้นทั้งเว็บหรือทั้งเส้นทางจากบอทและสแครปเปอร์ที่ระดับ reverse proxy ซึ่งมักเป็นเพราะครอว์เลอร์กินแบนด์วิดท์ของคุณ ส่วนใช้ Cap เมื่อคุณอยากกั้นเฉพาะ การกระทำ บางอย่าง (การส่งฟอร์ม การเรียก API การสร้างบัญชี) โดยให้การเข้าชมทั่วไปดำเนินไปตามปกติ

Anubis เหมาะเมื่อไร

  • คุณอยากตั้งกำแพง PoW ไว้หน้าเว็บทั้งเว็บหรือทั้งเส้นทางย่อย
  • โมเดลภัยคุกคามคือการสแครปจำนวนมากหรือคำขอถล่มจากบอทที่ขอบเครือข่าย
  • คุณรับได้ที่ผู้เข้าชมทุกคนต้องแก้ challenge เล็ก ๆ ก่อนหน้าเว็บจะโหลด

Cap เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเมื่อไร

  • ป้องกันรายการกระทำ ไม่ใช่รายการเปิดหน้า Cap ปกป้องฟอร์ม การสมัคร หน้าติดต่อ และ endpoint ของ API ซึ่งเป็นจุดที่การใช้งานในทางที่ผิดกลายเป็นต้นทุนจริง ผู้เข้าชมยังท่องเว็บได้ตามปกติ
  • ความยากตั้งได้รายการกระทำ challenge ของ Anubis ต้องเบาพอที่จะไม่ถ่วงทุกการโหลดหน้า ซึ่งจำกัดว่าจะดันความยากได้แค่ไหน ส่วน Cap ตั้งค่าแยกรายการกระทำ จึงตั้งความยากให้สูงขึ้นเฉพาะฟอร์มสมัครหรือเข้าสู่ระบบได้โดยไม่กระทบการท่องเว็บ
  • สองชั้นการตรวจสอบ Cap ซ้อน challenge แบบ instrumentation ทับบน PoW ดังนั้นแม้บอทจะใช้ GPU เร่งขั้นตอน proof-of-work ได้ ก็ยังต้องปลอมสภาพแวดล้อมเบราว์เซอร์จริงให้ได้อยู่ดี
  • เซิร์ฟเวอร์ standalone พร้อมแดชบอร์ด Cap มาพร้อมระบบวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการ site key หลายชุด และ endpoint siteverify ที่เข้ากันได้กับ reCAPTCHA ตั้งแต่แกะกล่อง
  • UX ของวิดเจ็ต Cap ออกแบบมาให้มนุษย์เห็นบนฟอร์ม มีทั้งช่องติ๊ก ตัวบอกความคืบหน้า และพื้นที่แสดงแบรนด์ ส่วน Anubis เป็นประตูที่มองไม่เห็น

ใช้ร่วมกันได้

ถ้าคุณรัน Anubis อยู่หน้าเว็บเพื่อกันครอว์เลอร์อยู่แล้ว คุณก็ยังใช้ Cap กับฟอร์มและ endpoint ของ API ที่มีมูลค่าสูงภายในเว็บนั้นได้ ทั้งสองแก้ปัญหาคนละเรื่องและไม่ขัดกัน

ดูเพิ่มเติม

เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Apache 2.0